บุคลากร CSCD IPS ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับหัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

Imron

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม ซี เอส ปัตตานี นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Chief of Peace Dialogue) คนปัจจุบัน ซึ่งได้ลงนามแต่งตั้งจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการเจรจากับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐและผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี เพื่อหารือร่วมกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้ นำโดย คุณลม้าย มานะการ ประธานสภาประชาสังคมชายแดนใต้ พร้อมคณะกรรมการสภาฯ และผ้แทนองค์กรสมาชิก โดยมี คุณอิมรอน ซาเหาะ จากสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะประธานกลุ่มงานสิทธิพลเมืองและประชาธิปไตย คณะกรรมการบริหารสภาประชาสังคมชายแดนใต้ เข้าร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ด้วย

โดยสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ซึ่งเป็นเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีสมาชิกจำนวน 47 องค์กร ได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสะท้อนเสียง ความต้องการ และข้อห่วงกังวลของประชาชนในพื้นที่ พร้อมผลักดันให้กระบวนการสันติภาพเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง มีส่วนร่วม และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

สภาประชาสังคมชายแดนใต้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2554 จากการรวมตัวขององค์กรภาคประชาสังคม 20 องค์กร โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการขับเคลื่อนสันติภาพ การพัฒนาสังคม และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ปัจจุบันได้ขยายเครือข่ายเป็น 47 องค์กร และทำหน้าที่เป็นพื้นที่กลางในการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอจากภาคประชาชนมาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 15 ปี

ในเอกสารข้อเสนอ สภาประชาสังคมฯ ระบุว่า แม้ประชาชนจำนวนมากจะรู้สึกอ่อนล้าและผิดหวังกับความล่าช้าของกระบวนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง แต่ยังคงมีความหวังที่จะเห็นการพูดคุยสันติสุขนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และขอให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในแนวทางสันติวิธีเพื่อร่วมกันแสวงหาทางออกอย่างจริงจัง

ข้อเสนอสำคัญประกอบด้วย การใช้กรอบการพูดคุย 3 วาระหลัก ได้แก่ การลดเหตุรุนแรง การแสวงหาทางออกทางการเมือง และการปรึกษาหารือสาธารณะ ควบคู่กับการคุ้มครองพลเรือนตามหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งการสื่อสารความคืบหน้าของกระบวนการสันติภาพต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ สภาประชาสังคมฯ ยังเสนอให้เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในฐานะตัวแทนกลุ่มต่าง ๆ เช่น ผู้หญิง เยาวชน คนพิการ ผู้นำศาสนา และกลุ่มเปราะบาง ทั้งในฐานะผู้สังเกตการณ์และผู้ส่งข้อเสนอเข้าสู่โต๊ะเจรจา เพื่อให้เสียงของประชาชนได้รับการสะท้อนอย่างเป็นระบบ

อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญ คือ การจัดตั้งกลไกติดตามและประเมินผลข้อตกลงร่วม (Monitoring Mechanism) ที่เป็นอิสระและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย โดยมีองค์ประกอบจากภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ผู้นำศาสนา ตัวแทนสตรี และเยาวชน เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจต่อกระบวนการสันติสุข

สภาประชาสังคมฯ ยังเสนอให้มีคณะทำงานติดตามสถานการณ์และคณะทำงานประสานงานฉุกเฉิน เพื่อรองรับเหตุการณ์ความรุนแรงหรือสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการพูดคุย โดยสามารถสื่อสาร ประสานงาน และแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างทันท่วงที เพื่อลดความตึงเครียด ป้องกันความเข้าใจผิด และรักษาความต่อเนื่องของกระบวนการสันติภาพ

พร้อมกันนี้ ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อกระบวนการสันติภาพ โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองพลเรือนและกลุ่มเปราะบาง หลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรง การปฏิบัติการข่าวสาร (IO) การฟ้องปิดปาก (SLAPP) และมาตรการที่จำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยไม่จำเป็น เพื่อเปิดพื้นที่ทางการเมืองที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์

สภาประชาสังคมชายแดนใต้ระบุว่า การเปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมและประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย จะช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และความไว้วางใจต่อกระบวนการสันติภาพ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

“สันติภาพที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกภาคส่วนได้รับโอกาสในการมีส่วนร่วม รับฟัง และร่วมกันกำหนดอนาคตของพื้นที่” เป็นสารสำคัญที่สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ต้องการสื่อสารผ่านข้อเสนอฉบับนี้ต่อคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้