แนะนำโครงการ

แนะนำโครงการ
การสำรวจความคิดเห็นประชาชน
ต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้
(PEACE SURVEY)

1. หลักการและเหตุผล

กระบวนการพูดคุยสันติสุขระหว่างคณะพูดคุยสันติสุขของรัฐบาลกับกลุ่มผู้มีความเห็นแตกต่างจากรัฐที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องโดยถือเป็นวาระเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายใต้ภาพใหญ่ของความพยายามสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ดังที่ปรากฏอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ ถือเป็นมิติใหม่ของการแก้ไขปัญหาที่มุ่งใช้สันติวิธีอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งอยู่บนฐานคิดที่จะทำความเข้าใจถึงมุมมองและความต้องการของกันและกันเพื่อปูทางสู่หาแสวงหาทางออกที่พอยอมรับกันได้ ซึ่งการที่กระบวนการพูดคุยจะสามารถดำเนินไปจนนำไปสู่ทางทางออกดังกล่าวได้นั้น นอกเหนือจากการทำงานร่วมกันของคู่ขัดแย้งหลักแล้ว ผู้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหายังจำเป็นที่จะต้องรับฟังเสียงของประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่เป็นสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่จะทำให้ “กระบวนการ” และ “สาระสำคัญ” ที่ตกลงกันมีความชอบธรรมและยั่งยืน

ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาของความขัดแย้งที่ยืดเยื้อนี้ ทั้งรัฐบาลและกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ รวมถึงองค์กรภาคประชาสังคม ต่างก็ทำงานเพื่อสะท้อนเสียงของประชาชน โดยยึดถือความต้องการของประชาชนเป็นหลักในการขับเคลื่อนสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่คำถามสำคัญที่ตามมาคือ แท้จริงแล้ว ประชาชนที่ถูกกล่าวถึงนั้น คิดอย่างไรต่อกระบวนการสันติภาพที่เกิดขึ้น ด้วยความเชื่ออย่างแน่วแน่เช่นเดียวกับรัฐบาล และองค์กรประชาสังคมต่างๆว่า เสียงของประชาชนจะเป็นปัจจัยที่กำหนดว่ากระบวนการสันติภาพจะดำเนินไปในทิศทางใด มีความต่อเนื่องหรือไม่ และข้อตกลงที่จะได้จะมีความยั่งยืนหรือไม่อย่างไร

สถาบันพระปกเกล้าโดยสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล ร่วมกับเครือข่ายวิชาการ PEACE SURVEY 24 องค์กร จึงได้มีแนวคิดที่จะสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องมา 4 ครั้ง เพื่อให้กระบวนการสันติภาพดำเนินไปในทิศทางที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนที่เกี่ยวข้องและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง อันเป็นการใช้ข้อมูลความรู้มิใช่อารมณ์ความรู้สึกเป็นฐานในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง ทั้งนี้ การสำรวจครั้งนี้จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันในรูปของเครือข่ายที่ครอบคลุมกลุ่มมีส่วนได้เสียทั้งจากภาครัฐและภาคประชาชนทุกกลุ่มวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดการยอมรับจากทุกฝ่ายและสามารถนำผลที่ได้ไปประกอบการตัดสินใจกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาในแต่ละห้วงเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป         

สำหรับการสำรวจความความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ 5  ได้มีเครือข่ายในการเข้าร่วมการสำรวจเพิ่มอีก 2 เครือข่าย ได้แก่ ศูนย์ข่าวสารสันติภาพ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายวิชาการ PEACE SURVEY จึงมีสมาชิกในเครือข่ายทั้งสิ้น 21 องค์กร

ช่วงเวลาการสำรวจครั้งที่ 1 – 5

การสำรวจ

ช่วงเวลา

จำนวนกลุ่มตัวอย่าง (คน)

 

 

ประชาชนทั่วไป

ผู้นำความคิด*

ครั้งที่ 1

8 กุมภาพันธ์ – 13 มีนาคม 2559

1,559

48

ครั้งที่ 2

15 กรกฎาคม – 22 สิงหาคม 2559

1,570

110

ครั้งที่ 3

10 เมษายน – 22 พฤษภาคม 2560

1,586

257

ครั้งที่ 4

1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2561

1,609

201

ครั้งที่ 5

11 กันยายน – 15 ตุลาคม 2562

1,637

220

*วิธีการเลือกกลุ่มผู้นำความคิด ใช้วิธีการแบบเจาะจง

 

โดยการสำรวจทั้ง 5 ครั้งได้แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มประชาชนทั่วไป และกลุ่มผู้นำความคิด

ระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้ในการเก็บข้อมูลทั้ง 5 ครั้งที่ผ่านมา ในส่วนของกลุ่มประชาชนทั่วไปนั้น จะใช้กระบวนการสุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ (systematic random sampling) ตามหลักความน่าจะเป็นทางสถิติ ลงถึงระดับครัวเรือน ซึ่งจะทำให้ประชาชนทุกคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอีกสี่อำเภอในจังหวัดสงขลาคือ เทพา นาทวี จะนะ และสะบ้าย้อย มีโอกาสถูกสุ่มเป็นตัวแทนอย่างเท่าเทียมกัน ในส่วนของกลุ่มผู้นำความคิดนั้น จะใช้กระบวนการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (purposive sampling)

โดยองค์กรเครือข่ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การทำให้เสียงประชาชนที่ถูกสุ่มโดยปราศจากอคติบนพื้นฐานของหลักวิชาทางสถิติดังกล่าวเป็นที่ปรากฏรับรู้ต่อสังคมวงกว้าง จะเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้ประชาชนมีพลังในการกำหนดทิศทางของกระบวนการสันติภาพมากขึ้น ตามที่ทุกฝ่ายต่างเน้นย้ำอยู่เสมอว่าคำตอบอยู่ที่ประชาชน

 

2. วัตถุประสงค์

  1. เพื่อรับทราบข้อคิดเห็นและพัฒนาการทางความคิดของกลุ่มตัวอย่างประชาชนทั้งไทยพุทธและมลายูมุสลิมในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลาในอำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย ที่มีต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้/ปาตานี
  2. เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพได้มีข้อมูลทางวิชาการที่สะท้อนเสียงความต้องการของประชาชนในการประกอบการตัดสินใจ
  3. เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้สะท้อนมุมมองและความต้องการต่อผู้เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ

 

3. ผู้รับผิดชอบโครงการ

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

 

4. องค์กรเครือข่าย 24 องค์กร

ประกอบด้วยสถาบันวิชาการและองค์กรภาคประชาชนจากทั้งในและนอกพื้นที่ ดังนี้

  1. สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า
  2. สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  3. สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
  4. คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
  5. ศูนย์ศึกษาและพัฒนาการสื่อสารสันติภาพ คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  6. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  7. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
  8. สถาบันอัสสลาม มหาวิทยาลัยฟาฏอนี   
  9. สถาบันอิสลามและอาหรับศึกษา มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์
  10. สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
  11. วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  12. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
  13. สถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
  14. สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล
  15. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
  16. สภาประชาสังคมชายแดนใต้
  17. ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ 
  18. ศูนย์ความร่วมมือทรัพยากรสันติภาพ   
  19. ศูนย์ข่าวสารสันติภาพ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  20. ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  21. ศูนย์ความเป็นเลิศด้านผู้หญิงและความมั่นคงทางสังคม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
  22. เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ
  23. เครือข่ายชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา
  24. วิทยาลัยประชาชน
แนะนำโครงการ