เกี่ยวกับ CSCD

Introduction

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้
การสร้างองค์ความรู้เพื่อเปิดพื้นที่ทางสังคมและการสื่อสารสาธารณะ

Organization Name

ภาษาไทย : สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้
ภาษาอังกฤษ : Center for Conflict Studies and Cultural Diversity [CSCD]

Visions

เป็นสถาบันที่สร้างองค์ความรู้ที่มีผลกระทบในวงวิชาการและสังคม การพัฒนานโยบายสาธารณะของประเทศในด้านการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยวิธีสันติ รวมทั้งสร้างจุดเด่นในการพัฒนาองค์ความรู้ทั้งภายในประเทศและระดับสากลในด้านการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมที่อยู่ในบริบทความหลากหลายทางวัฒนธรรม

สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้กำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2551 โดยเป็นสถาบันที่จัดตั้งขึ้นโดยที่ประชุมคณบดีและรับรองโดยสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อให้เกิดการพัฒนางานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมในภาคใต้ ในแบบสหสาขาวิชาวิชา (interdisciplinary) หลักการสำคัญก็คือนักวิชาการทางสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ (รวมทั้งวิทยาศาสตร์ประยุกต์ในสาขาที่เกี่ยวพันกับคนและสังคม) จะต้องร่วมกันในการผลิตงานวิชาการเพื่อเป็นองค์ความรู้สนับสนุน หรือหนุนช่วยกลไกในการแก้ปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ในขณะที่เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ต้องการจะทำให้มหาวิทยาลัยมีความโดดเด่นในฐานะเป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยในประเด็นปัญหาความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองในพื้นที่ มหาวิทยาลัยฯ มุ่งจะเป็นสถาบันวิชาการที่เน้นการวิจัยในพื้นที่จะช่วยเสนอทางออกในทางวิชาการเพื่อแก้ปัญหาทางนโยบายที่เกิดขึ้น ดังนั้น ในจุดเริ่มต้น สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้จึงถูกสร้างให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับการศึกษาสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ในทุกสาขาวิชาการที่เกี่ยวข้องเพื่อให้สามารถรวมกลุ่มนักวิชาการและนักวิจัยเพื่อทำวิจัยแบบสหสาขาวิชา สามารถเชื่อมโยงกับโครงการบัณฑิตศึกษาที่มีการดำเนินการอยู่ในคณะต่างๆ สถาบันจะมีความพร้อมและความเข้มแข็งทางวิชาการทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานการวิจัยและนักวิจัยจากต่างประเทศ (Research Fellowships) เกี่ยวกับการศึกษาปัญหาในภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย (Deep South of Thailand) และยังเป็นองค์กรทางวิชาการที่เป็นเสมือนถังความคิด (Think Tank) เพื่อการเฝ้าระวังสถานการณ์ความไม่สงบและเสนอทางออกทางนโยบายด้วย

ต่อมาพัฒนาการของ CSCD ในช่วง 10 ที่ผ่านมาได้ผ่านกระบวนการทำงานประสานทั้งสามด้านคือเครือข่ายทางวิชาการ/การวิจัย เครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่และเครือข่ายการสื่อสารและสื่อทางเลือก/สื่อใหม่ โดยทำงานร่วมกับศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch) จนได้พัฒนามาเป็นตัวแบบการทำงานขับเคลื่อนงานทางวิชาการ ภาคประชาสังคมและพื้นที่การสื่อสารซึ่งกลายเป็นลักษณะพิเศษของสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ซึ่งขับเคลื่อนวาระสังคมและการสร้างสันติภาพด้วยองค์ความรู้ 

ในปัจจุบัน (2563) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มีนโยบายที่จะเสริมสร้างการประสานพลังองค์กร (Organizational Synergy) ของสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (Center for Conflict Studies and Cultural Diversity-CSCD) แห่งวิทยาเขตปัตตานีและสถาบันสันติศึกษา (Institute for Peace Studies-IPS) แห่งวิทยาเขตหาดใหญ่ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น จึงได้ยกระดับสถานภาพของสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ให้เป็นส่วนหนึ่งของสถาบันสันติศึกษาซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากับคณะวิชาในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการนี้ ชื่อ สถานภาพ ภารกิจและบทบาทของสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ยังคงเหมือนเดิมแต่จะมีความเข้มแข็งขึ้นในทางสถาบันโดยร่วมทำงานกับสถาบันสันติศึกษาซึ่งจะมุ่งสู่การสร้างองค์ความรู้เพื่อเปิดพื้นที่ทางสังคมและการสื่อสารสาธารณะเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศในทางวิชาการ การวิจัยและเสริมสร้างสังคมที่มีสันติภาพ

Missions

  • เป็นหน่วยงานที่มีองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านความขัดแย้ง สันติศึกษา และการจัดการสังคมพหุวัฒนธรรม ทั้งในระดับชาติและนานาชาติและหนุนเสริมวิชาการด้านดังกล่าวให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
  • ส่งเสริมการวิจัยเชิงสหสาขาวิชา การเรียนการเรียนการสอน และการดำเนินโครงการสาธารณะ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความขัดแย้ง การส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมและสร้างกระบวนการสันติภาพ
  • สร้างความร่วมมือกับเครือข่ายทางสังคมที่ทำงานประเด็นความขัดแย้งและกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศและระหว่างประเทศ 
  • พัฒนาความพร้อมทางวิชาการของนักวิจัยรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพและความมุ่งมั่นทั้งในด้านทักษะ การดำเนินงานวิจัย การวิเคราะห์/สังเคราะห์ การนำเสนอผลงานวิจัยและการทำงานร่วมกับเครือข่ายภายนอก 
  • ส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันระดับสากลด้วยการบริการวิชาการและการสนับสนุนทางวิชาการจากนักวิชาการต่างประเทศในด้านการสร้างสันติภาพและจัดการความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาค ใต้ รวมทั้งส่งเสริมการเปรียบเทียบความรู้และประสบการณ์ทางสากลเพื่อเป็นตัวแบบในการแก้ปัญหาและหาทางออกจากความขัดแย้ง 

CSCD principle

เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศและถังความคิดด้านนโยบาย (2551)

เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศและถังความคิดด้านนโยบาย (2551)

พัฒนาการตัวแบบการทำงานของ CSCD (2551-2561)

พัฒนาการตัวแบบการทำงานของ CSCD (2551-2561)

พัฒนาการตัวแบบการทำงานของ CSCD (2551-2561)

Organization Structure (2019-present)

โครงสร้างการบริหาร (2562-ปัจจุบัน)

Researchers and Staffs

บุคลากร
ตำแหน่ง รายละเอียด
ผู้อำนวยการ (รักษาการ)
Acting Director
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กุสุมา กูใหญ่
Asst.Prof. Dr.Kusuma Kooyai
E-mail: kusuma.k@psu.ac.th
อาจารย์นักวิจัย
Lecturer-Researcher
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี
Asst.Prof. Dr.Srisompob Jitpiromsri
E-mail: srisompob@yahoo.com
อาจารย์นักวิจัย
Lecturer-Researcher
ฟารีดา ปันจอร์
Fareeda Panjor
E-mail: fareeda028@gmail.com
เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี อาวุธ ยีสมัน
Awoot Yeesaman
E-mail: ysm.awoot@gmail.com
เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป อิมรอน ซาเหาะ
Imron Sahoh
E-mail: imron.s@psu.ac.th

 

PSU

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (Prince of Songkla University) เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในภาคใต้ของประเทศไทย ตาม พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พ.ศ. 2511 ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2510 ต่อมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานชื่อ "สงขลานครินทร์" เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2510 จึงถือว่าวันที่ 22 กันยายนของทุกปี เป็นวันสงขลานครินทร์ ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ จาก กระทรวงศึกษาธิการ ในปี พ.ศ. 2561

ในระยะแรกของการก่อตั้ง ได้รับนักศึกษาเข้าศึกษาครั้งแรกในคณะวิศวกรรมศาสตร์ โดยใช้อาคารเรียนของคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยมหิดล) เป็นสถานที่ศึกษา และปีต่อมา พ.ศ. 2511 ก็เริ่มย้ายนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์มาเรียนที่จังหวัดปัตตานี

ในปี พ.ศ. 2514 ย้ายนักศึกษาของคณะวิศวกรรมศาสตร์มาเรียนที่ วิทยาเขตหาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเป็นวิทยาเขตที่ใหญ่ที่สุด พ.ศ. 2520 เปิดวิทยาเขตภูเก็ต พ.ศ. 2533 เปิดวิทยาเขตสุราษฎร์ธานี และ พ.ศ. 2534 เปิดวิทยาเขตตรัง

Partners

  1. ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ (Deep South Watch)
  2. ศูนย์ทรัพยากรสันติภาพ (Peace Resource Collaborative)